ปรับเป็นสีปกติ
BACK TO EXPLORE

Things to Talk About: Eco-Fashion

Things to Talk About: Eco-Fashion
อะไรคือแฟชั่นที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ เทรนด์ที่โลกกำลังเดินตามกันอยู่ในขณะนี้


ในโลกที่ทุกคนตระหนักถึงเรื่องของธรรมชาติบนโลก ภาวะโลกร้อนที่มีแต่คนพุ่งเป้าสนใจ สิ่งที่เป็นเทรนด์ตามมาคือ การเปลี่ยนประยุกต์สิ่งของที่เราหยิบใช้บริโภคในชีวิตประจำวัน ให้เข้าสู่แนวทางที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ เราเห็นแนวคิดเหล่านี้ผ่านคำศัพท์ที่นิยมใช้กันอย่าง Eco-Friendly ที่ตอนนี้แพร่หลายไปสู่ทุกๆ สิ่งอย่าง ไม่ว่าจะเป็น อาหารการกิน ข้าว กาแฟ ของใช้ตกแต่งในบ้าน รวมไปถึงรถยนต์ และที่กำลังเป็นกระแสตามมาในช่วงปี 2016 ที่ผ่านมาคือ Eco-Fashion โลกแฟชั่นเครื่องแต่งกายที่การผลิตได้คำนึงถึงเรื่อง ความเป็นมิตรกับธรรมชาติแวดล้อม เพื่อเป็นการเกริ่นก่อนเข้าสู่ธีม Eco-Friendly ที่จะเกิดขึ้นในสยามดิสคัฟเวอรี่กลางปีนี้ เราจะพูดถึงเรื่องนี้กันก่อน

คำศัพท์คำว่า Eco-Fashion แม้กำลังเป็นสิ่งที่โลกแฟชั่นตอนนี้ตามหากันแทบทุกแบรนด์ แต่แท้จริงแล้วเริ่มต้นเกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงปลายยุค 90s และ 2000s ที่แรกๆ เริ่มจากแบรนด์แฟชั่นระดับ Consumer ผลิตเสื้อผ้าจากของใช้รีไซเคิล นำกลับมาวางขาย จากไอเดียเสื้อผ้ารีไซเคิลที่จริงๆ ถือเป็นเรื่องไกลตัวมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จนถึงช่วงปี 2010 ที่ผ่านมานี้มีชื่อหนึ่งที่ทำให้เราเริ่มคุ้นหูและใกล้ชิดคำนี้ขึ้นมาคือแบรนด์ Stella McCartney นับเป็นดีไซเนอร์คนแรกๆ ที่หยิบเอา การผลิตเสื้อผ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเข้ามาอยู่ในกระบวนการผลิต นับตั้งแต่วัตถุดิบ ไปจนถึงไอเดียการออกแบบที่มีกลไกของการใช้งานได้ยั่งยืน และออกเป็นผลงาน Collection ที่ Eco-Fashion หัวจรดเท้าเจิดจรัสอยู่บนแคทวอล์ค คงไม่แปลกถ้าทศวรรษที่ผ่านมานี้เราจึงได้ยินคำว่า Eco-Fashion กันอยู่บ่อยๆ เพราะต่างแบรนด์ต่างก็ไม่หยุดที่จะแทรกไอเดียนี้เข้าไปอยู่ในผลงาน ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นหน้าใหม่หรือหน้าเก่า แม้แต่ในรันเวย์ปี 2016 ล่าสุด ยักษ์ใหญ่อย่าง Chanel ก็เป็นอีกหนึ่งหัวเรือที่ผลิตผลงานรักษ์โลกออกมาด้วยเหมือนกัน คงไม่ต้องสรุปอีกครั้งหรอกว่า Eco-Fashion กำลังเป็นเทรนด์ใหญ่ที่เกิดขึ้นบนโลกแฟชั่นเวลานี้ขนาดไหน




ภาพ Lookbook จาก Resort Collection 2015 ของ Stella McCartney แบรนด์ที่ชูไอเดีย เรื่อง Eco-Fashion เป็นเรื่องหลักของการออกแบบและผลิตผลงาน





การออกแบบรันเวย์ของแฟชั่นโชว์ชุด Haute Couture Spring 2016 ของ Chanel ที่ดีไซเนอร์หลัก Karl Lagerfeld ให้เหตุผลว่าได้แรงบันดาลใจการทำคอลเลคชั่นที่อิงหลักของ Eco-Fashion มาจากวิถีของ Zen แนวคิดญี่ปุ่นที่เน้นความสงบเรียบง่าย


แต่ทุกครั้งที่เรามีคำพูดติดหูและใช้บ่อย เรื่องแรกสุดที่ควรทำคือการ “ทำความเข้าใจ” คำว่า Eco-Fashion กับภาพแรกที่เห็นถึงพลังสีเขียว รักษ์โลก เป็นมิตรธรรมชาติ โผล่ขึ้นมาทันที คำถามก็คือเสื้อผ้าแบบไหนที่จะเรียกว่าเข้าข่าย Eco-Fashion จริงๆ ? ท่ามกลางตลาดที่ตอนนี้ทุกคนต่างจับคำนี้แปะหน้าผลงาน เพื่อยอดขายทางตลาดกันทั้งนั้น ด้วยเสียงแตกของใครๆ ที่ล้วนบอกว่าผลงานของตนเองต่างมีความ “Eco” หลักจริงแล้วในไอเดียของคำว่า Eco-Fashion ที่สรุปได้ คือ Recycled Material การผลิตที่ใช้วัสดุจากการรีไซเคิลสิ่งของ เพื่อความยั่งยืน / Organic Material การผลิตจากวัสดุที่มีต้นกำเนิดมาจากธรรมชาติแท้ๆ ไม่ใช้สารเคมีปรุงแต่ง / Sustainable Design การออกแบบที่เน้นถึงการใช้งานยั่งยืน / หรือในบางกรณีมีไอเดียที่พูดไปถึงเรื่อง Fair Trade การแลกเปลี่ยนมูลค่าของวัตถุดิบของคนในชุมชน เพื่อความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายรายละเอียดที่แต่ละคนเลือกพูดนำเสนอออกมา สุดท้ายการเลือกใช้อาจจะกลับมาอยู่ที่ความชอบทางภาพลักษณ์ของสินค้าก็ได้




Marimekko จากประเทศฟินแลนด์ ตัวอย่างแบรนด์แฟชั่นที่ในช่วงหลังพวกเขาค้นพบการใช้วัตถุดิบใหม่ในการผลิต อิงกับแนวคิด Eco-Friendly จนเกิดแนวทางที่เปลี่ยนไปในคอลเลคชั่นล่าสุดของพวกเขา


ในสยามดิสคัฟเวอรี่ มีแบรนด์หนึ่งที่เราเลือกให้ความสนใจ หากพูดถึงไอเดียของ Eco-Fashion ข้างต้นนี้ “Marimekko” แบรนด์ขวัญใจคุณผู้หญิงทั้งหลายในตอนนี้ ผลงานสัญชาติ Finnish (ฟินแลนด์) จากประวัติอันยาวนานที่สั่งสมมาเกือบ 70 ปี นอกจากความโดดเด่นของลวดลาย ดอกไม้สีสดใสที่ปรากฏอยู่บนเนื้อผ้าคุณภาพเยี่ยม เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เมื่อเห็นบนท้องถนนก็ต้องจำได้ไม่ว่าจะชุดเดรส เสื้อเชิ้ต หรือกระเป๋า Tote สำหรับ Eco-Fashion กับ Marimekko เริ่มเกี่ยวข้องกันในช่วงปี 2014 ที่พวกเขาได้ทดลองใช้ เยื่อจากต้นเบิร์ช (Birch Pulp) ที่เพาะเลี้ยงตามธรรมชาติในไร่ต้นเบิร์ชอันเป็นผลผลิตสำคัญของประเทศฟินแลนด์ มาเป็นวัสดุหลักในการถักทอผ้าของแบรนด์ และจากนั้นมาก็มีผลงานจากวัสดุชนิดนี้ในทุกๆ คอลเลคชั่น นอกจากได้สีสันความสวยงาม เนื้อผ้าคุณภาพที่เกิดจากธรรมชาติแท้ๆ แล้ว ข้อดีของผ้าชนิดนี้คือความแข็งแรง ตรงตามกับคอนเซปต์ของ Eco-Fashion โดยตรงเลย



ผลงาน Collection ล่าสุดจาก Marimekko ที่เน้นในโทนสีน้ำเงินและเหลือง จับคู่กับกางเกงสีดำรวมไปถึงรองเท้าสวมของแบรนด์ นอกจากลวดลายดอกไม้ที่ยังคงเอกลักษณ์ไว้แล้ว เนื้อผ้าที่ไม่รัดตัวสวมใส่สบาย จากการใช้ผ้าเยื่อไม้เบิร์ชที่เป็นไอเดีย Eco-Friendly คือจุดเด่นใหม่ที่ทำให้ Marimekko มีความน่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีก




ค้นพบกับสีสันและความสดใสสไตล์ Marimekko แบรนด์จากฝั่งสแกนดิเนเวีย ที่ยืนหยัดในยุคปัจจุบันด้วยวัตถุดิบ Eco-Friendly ของพวกเขา ได้แล้ววันนี้ที่ สยามดิสคัฟเวอรี่ ชั้น G Her Lab

YOU MAY ALSO LIKE